โปรแกรมการฝึกแบบที่ 4
ตารางการฝึก
ควรฝึก 3 วันต่อสัปดาห์ และควรมีวันหยุดพักผ่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน กิจกรรมที่นำมาใช้
ในการฝึกแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 10-12 กิจกรรม
ความหนักในการฝึก
ปริมาณความหนักเบาที่นำมาใช้ในการฝึกโปรแกรมนี้ประมาณร้อยละ 20-30 ของความหนักสูงสุด
ที่สามารถยกได้ในแต่ละท่าโดยเริ่มจากขั้นต่ำก่อน ด้วยการฝึกหมุนเวียนกิจกรรม ตามลำดับที่กำหนด
ไว้ในโปรแกรมประมาณ 10-12 กิจกรรม จนครบ 3 รอบ
วิธีการฝึก
1.ควรหลีกเลี่ยงวิธีการใช้อุปกรณ์ดัมเบลหรือบาร์เบลฝึกร่วมกับกิจกรรมดังต่อไปนี้ เช่น
การกระโดดเชือก การกระโดดอยู่กับที่ การขี่จักรยานอยู่กับที่ การก้าวขึ้นบันไดกล การลุกขึ้นกระโดด
จากท่านั่ง และการวิ่งในลู่
2.ในการปฏิบัติกายบริหารโดยใช้ดัมเบลหรือบาร์เบล เพื่อให้ได้ผลตามจุดมุ่งหมายของการฝึก
จะต้องปฏิบัติด้วยความเร็ว โดยเน้นความถี่ในการปฏิบัติเพิ่มขึ้นตามลำดับ
3.ในระหว่างการฝึกควรให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดดังแสดงในตาราง
| อายุ(ปี) |
ชีพจรสูงสุด |
ชีพจรการฝึก |
เกณฑ์ชีพจรระหว่างฝึก |
| 20 |
200ครั้ง/นาที |
150ครั้ง/นาที |
140-170ครั้ง/นาที |
| 25 |
195ครั้ง/นาที |
146ครั้ง/นาที |
137-166ครั้ง/นาที |
| 30 |
190ครั้ง/นาที |
142ครั้ง/นาที |
133-162ครั้ง/นาที |
| 35 |
185ครั้ง/นาที |
139ครั้ง/นาที |
130-157ครั้ง/นาที |
| 40 |
180ครั้ง/นาที |
135ครั้ง/นาที |
126-153ครั้ง/นาที |
| 45 |
175ครั้ง/นาที |
131ครั้ง/นาที |
123-149ครั้ง/นาที |
4.ควรจัดกิจกรรมการฝึกให้สอดคล้องเหมาะสม โดยสลับหมุนเวียนกันไปตามความหนักเบา
ของกิจกรรม หรือใช้วิธีฝึกร่างกายส่วนบนกับส่วนล่างสลับหมุนเวียนกันไป ตามโปรแกรมจนครบ 3 รอบ
ที่สำคัญคือจะต้องไม่ฝึกซ้ำร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดโดยเฉพาะจนเกิดอาการล้าหรือหมดแรง
5.การฝึกกิจกรรมแต่ละกิจกรรมควรปฏบัติจำนวน 15-20 ครั้งต่อเซท ระหว่างกิจกรรมควรวิ่งอยู่กับที่
หรือกระโดเชือกหรือกระโดดตบ 25 ครั้ง
6.การฝึกแบบสถานี หรืวงจรเพื่อที่จะให้ร่างกายได้รับการฝึกการทำงานแบบใช้ออกซิเจน อย่างเต็มที่
การฝึกแต่ละรอบควรประกอบด้วย กิจกรรมไม่น้อยกว่า 10-12 กิจกรรม และควรฝึก 3-5 รอบ
นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจและความพยายามในการฝึกเพิ่มขึ้น ผู้เข้ารับการฝึกควรกำหนดเวลา
ที่ตนเองคาดว่าจะต้องใช้ในการฝึกครั้งนี้ หากครั้งต่อๆไปผู้ฝึกลดเวลาได้ประมาณร้อยละ 25 ของเวลาที่ใช้
ในการฝึกตอนเริ่มต้น แสดงว่า การฝึกบรรลุเหมายที่ต้องการ
การปรับเพิ่มน้ำหนัก
การปรับเพิ่มปริมาณความหนักเบาในการฝึก ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้รับการฝึกว่าได้รับการพัฒนา
มากน้อยเพียงใด นอกจากนนี้หากต้องการให้ตนเอง ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ควรตั้งเป้าหมายของ
การฝึกไว้เป็นช่วงๆ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความพยายามมากขึ้นในการฝึกครั้งต่อไป ดังนี้
1.พยายามเพิ่มจำนวนรอบในการฝึกให้ได้มากขึ้น
2.พยายามเพิ่มจำนวนครั้งของการปฏิบัติแตละกิจกรรมให้ได้มากขึ้น
3.พยายามเพิ่มช่วงการฝึกใหเด้นานยิ่งขึ้น
4.พยายามปรับเปลี่ยนกิจกรรมจากท่าง่ายๆ ไปสู่ท่าที่ยากและต้องอาศัยความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ
เพิ่มมากขึ้น อนึ่ง หลักในการฝึกแบบสถานีหรือวงจร ในทางปฏิบัติที่จะให้ได้ผลอย่างเต็มที่นั้น
ไม่ควรฝึกซ้ำอยู่ที่กล้ามเนื้อกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจนครบแล้วจึงเปลี่ยนกลุ่มฝึก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อล้ามากเกินไป