คัดจาก
สูจิบัตรการแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศ
ฉลองครบรอบ ๑๕ ปี
สระจุฬาภรณวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๖
โดย รศ.เจริญ กระบวนรัตน์
ปัจจุบันโปรแกรมการฝึกยกน้ำหนัก ได้ถูกบรรจุเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
และการฝึกซ้อมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในการแข่งขัน ซึ่งผลของการฝึกที่ได้มีการเตรียมการอย่างถูกต้อง
เหมาะสม จะช่วยพัฒนาร่างกายให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขี้น อย่างไรก็ตาม
ความไม่เข้าใจในหลักและวิธีการฝึกที่ชัดเจนก่อให้เกิดความสับสนและความไม่แน่ใจผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการใช้ปริมาณความหนักเบาในการฝึกให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการฝึก
และสภาพร่างกาย หลักเกณฑ์การปรับเพิ่มความหนักในการฝึก ตลอดจนรูปแบบและวิธีการฝึกที่ควร
จะนำมาใช้ในการฝึกให้บังเกิดผลสูงสุด ความไม่แน่ชัดในรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลให้เกิดควมบกพร่อง
และผิดพลาดในการฝึกที่อาจนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งเวลาและโอกาสแห่งความสำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น ผลที่ได้รับโดยตรงอาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อสุขภาพ รูปร่าง ทรวดทรง
ความไม่ประสานกันของกล้ามเนื้อในการประกอบทักษะหรือกิจกรรมเคลื่อนไหว
การฝึกยกน้ำหนักกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประกอบการฝึกซึ่งอาจได้แก่ ดัมเบล บาร์เบล
หรือเครื่องฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน สิ่งที่สำคัญประการแรกจะต้อง ถามตนเองก่อนว่าต้องการฝึกอะไร
จากนั้นจึงเริ่มศึกษาวิธีการว่าจะฝึกอย่างไร และฝึกทำไม ซึ่งเป็นเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ
หากการฝึกขาดทิศทางที่เป็นเป้าหมายอย่างชัดเจน รูปแบบวิธีการฝึกก็จะสับสนและขาดความมุ่งมั่น
ในการฝึก กล่าวโดยสรุป ก็คือควรจะต้องทราบก่อนว่าจะฝึกอะไร มีโปรแกรมการฝึกแบบใดที่เหมาะสม
หรือคิดว่าน่าจะให้ผลดีที่ดีที่สุดสำหรับท่าน ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดพื้นฐานของโปรแกรมการ
ฝึก 4 แบบ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาประกอบการฝึก ดังต่อไปนี้
โปรแกรมการฝึกแบบที่ 1 เน้นพัฒนาความอดทนและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ให้มีประสิทธิภาพ
ดียิ่งขึ้น ช่วยรักษาทรวดทรงและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ได้รูปร่างสัดส่วนสวยงาม โดยไม่ทำให้กล้ามเนื้อมี
ขนาดเปลี่ยนแปลงหรือใหญ่ขึ้น โปรแกรมนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะรักษารูปร่างทรวดทรง
วิธีการฝึกใช้น้ำหนักเบาประมาณร้อยละ30-50 ของน้ำหนักสูงสุดที่สามารถยกได้ในแต่ละท่า จำนวนครั้งที่ยก
ประมาณ 12-15 ครั้งต่อเซท ควรฝึกยกในแต่ละท่าให้ได้ 3-5 เซท
โปรแกรมการฝึกแบบที่ 2 เน้นการพัฒนาความแข็งแรงหรือเสริมสร้างรูปร่างกล้ามเนื้อให้มีขนาด
ใหญ่ขึ้น เป็นการฝึกที่จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแรงสมบูรณ์สูงสุด
วิธีการฝึกใช้น้ำหนักมาก ประมาณร้อยละ 70-90 ของน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ในแต่ละท่า จำนวนครั้งที่ยก
ประมาณ 6-8 ครั้งต่อเซท ควรฝึกยกในแต่ละท่าให้ได้ 4-5 เซท
โปรแกรมการฝึกแบบที่ 3 เน้นการพัฒนากำลังกล้ามเนื้อ เพื่อมุ่งนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านกิจกรรมกีฬา
และเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายให้ได้คุณสมบัติเหมาะสมกับชนิด และประเภทของกีฬำ การฝึกโปรแกรมนี้จะช่วย
เพิ่มทั้งขนาดของกล้ามเนื้อและความเร็วในการเคลื่อนไหว วิธีการฝึกใช้น้ำหนักปานกลางถึงค่อนข้างมาก
ประมาณร้อยละ 50-70 ของน้ำหนักสูงสุดที่สามารถยกได้ในแต่ละครั้งให้ได้เร็วที่สุดและถูกต้องสมบูรณ์แบบตาม
ท่าที่ฝึกควรฝึกยกในแต่ละท่าให้ได้ 3-4 เซท
โปรแกรมการฝึกแบบที่ 4 เน้นการพัฒนาระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ แบบออกซิเจน หรือพัฒนาระบบ
ไหลเวียนเลือดตลอดจนเสริมสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อ แบบออกซิเจน หรือพัฒนาระบบไหลเวียนเลือดตลอดจน
เสริมสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแบบใช้ออกซิเจน
ส่วนโปรแกรมการฝึกแบบใดที่สมควรจะนำมาใช้ในการฝึกนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการฝึกที่ต้องการ
เป็นสำคัญ การฝึกที่จะให้บังเกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง ควรฝึกอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และควรจะมีวันหยุดพักผ่อน
อย่างน้อย 1 วันในทุกสัปดาห์ โปรแกรมการฝึกอาจจะกำหนดไว้ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ หรืออาจจะเป็น
วันเสาร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ก็ได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ การกำหนดวันหยุดพักจะต้อง
แน่นอน ไม่เปลี่ยนเลื่อนหรือสลับไปมา เพราะจะมีผลต่อการจัดโปรแกรมการฝึก การปรับตัวของร่างกาย
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าและอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ การกำหนดวันฝึกซ้อมและการหยุดพัก จึงควร
ให้สอดคล้องและเอื้อประโยชน์ ข้อแนะนำอีกประการหนึ่งก็คือ ควรฝึกกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบนและส่วนล่างสลับกัน
หรืออาจจะแยกการฝึกแต่ละส่วนเอาไว้คนละวัน เมื่อกำหนดการฝึกในลักษณะใดได้แล้ว ควรปฏิบัติต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ
ไม่สลับหรือเปลี่ยนแปลงไปมา เพราะอาจมีผลต่อพัฒนาการของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การกำหนดช่วงวลาที่จะทำการ
ฝึกซ้อมแต่ละครั้ง ควรใกล้เคียงกันซึ่งจะเป็นผลดีต่อการปรับตัวของกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการฝึก
ยกน้ำหนักหลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ และในช่วงก่อนเข้านอน