แผนการฝึกอบรมนักว่ายน้ำแบบปีต่อปี
Training Schedule For An Age-Group, Year To Year
จาก Coaching the young swimming, Wilke and Madren, 1986
แปลและเรียบเรียงโดย..
โค้ชมือใหม่ 143
การเคลื่อนไหวและความต่อเนื่องของการเรียน
การสอนว่ายน้ำได้เป็นไปอย่างธรรมชาติ
โดยเริ่มจากการหัดว่ายน้ำ
ให้เป็น ( Basic Training )
การพัฒนาการฝึกซ้อม ( Progressive Training )
และพัฒนาจนไปถึงการฝึกชั้นสูง
( Elite Training )
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นช่วงที่ต้องใช้เวลาประมาณ
6 - 8 ปี เลยที่เดียว
การที่จะฝึกฝนว่ายน้ำ
เพื่อการว่ายน้ำระยะทางแข่งขันระยะ
50 เมตร, 100 เมตร, 200 เมตร, 400 เมตร
หรือ
800 เมตร และ 1500 เมตร
นั้นมีที่มาตามปรัชญาการฝึกซ้อมที่อาศัยแหล่งพลังงานตามอายุและความถนัดเป็นเกณฑ์
โดยธรรมชาติ เช่น เด็ก ๆ
ที่พึ่งจะหัดหรือฝึกซ้อมว่ายน้ำเพียง
1 - 2 ปี (
หมายถึงฝึกซ้อมเป็นนักกีฬา )
ไม่ว่าจะอายุเท่าใด
ก็ตาม
โปรแกรมที่ถูกต้องก็น่าจะพัฒนาเขาให้เข้าไปสู่การแข่งขันในระยะ
50 - 100 เมตร เท่านั้น
ด้วยเหตุผลของการ
พัฒนาความอดทน
ทักษะการว่ายน้ำ
รวมถึงสภาพจิตใจอีกด้วย
และในทำนองเดียวกันเพื่อการฝึกซ้อมมากขึ้นปีแล้วปีเล่า
การพัฒนาเพื่อระยะแข่งขันที่มากกว่าย่อมจะเกิดขึ้นและถึงวันหนึ่งวันที่ร่างกายเข้าสู่วัยรุ่น
วัยที่พร้อมสำหรับการเข้ารับการ
ฝึกอย่างหนัก หรือวัยที่ผู้ฝึกสอนต้องพิจารณาว่าเขาหรือเธอ
เหมาะสมที่จะเป็นนักว่ายน้ำประเภทใด
( ระยะสั้น กลาง หรือระยะยาว ) เพื่อความเข้าใจโดยง่ายจากกราฟนี้

กราฟดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแผนการพัฒนานักว่ายน้ำเยาวชนแบบปีต่อปี
ที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร
1. มีช่วงเวลา 6 - 8
ปีที่จะพัฒนานักว่ายน้ำแต่ละคน
2.
มีความก้าวหน้าแบ่งเป็นขั้นเป็นตอนตามปีต่อปี
ด้วยระยะทางรวมและท่าพื้นฐานไปสู่เทคนิค
( ไม่ใช่สอนตอนแข่ง
และใกล้แข่งเร่ง Sprint
เพื่อชัยชนะ )
3.
เมื่อซ้อมได้ถึงปีที่ 6
จึงจะแยกหรือเริ่มแยกความเฉพาะเจาะจงให้นักว่ายน้ำ
แสดงว่าก่อนหน้านี้ต้องให้โปรแกรม
ค้นหาความสามารถและความถนัดของเขา
และถ้านักว่ายน้ำเข้าทีมตั้งแต่อายุ
7 ปี ก็จะเริ่มที่อายุ 12 หรือ 13
หรือ 14
ตามองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย (
การแยกชนิดของนักว่ายน้ำว่าเป็นนักว่ายน้ำ
ระยะสั้น Sprinter / ระยะกลาง Middle Swimmer /
หรือระยะยาว Distance Swimmer
มีวิธีแยกแยะหลายวิธี อาทิ
การทดสอบการกระโดดในแนวดิ่ง
Vertical Jump
การทดสอบหาค่าความเร็วในเซ็ตชีพจรและเซ็ต
Sprint
เพื่อดูความสัมพันธ์ของความเร็ว
หรือแม้กระทั่ง
การแยกแยะดูความถนัดของนักกีฬาเอง
เข้าประกอบ
ทั้งนี้ผู้ฝึกสอนควรพิจารณาในหลาย
ๆ วิธี )
4.
กราฟแสดงปริมาณการฝึกซ้อมเป็นชั่วโมง
/ สัปดาห์
เมื่อนักกีฬามีอายุและการฝึกซ้อมที่นานปีขึ้น
ก็จะไม่ทำให้รู้สึกว่า
มีระยะฝึกซ้อมในแต่ละวันมากเกินไป
ถ้าพัฒนาตามลำดับดังในกราฟ
เมื่อ 2 - 3
วันก่อนผมได้มีโอกาสรับฟังคำแนะนำจาก
อาจารย์สำเริง โถสกุล
ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย
ท่านได้ให้ทัศนะ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า "
มีคำถามมากมายว่าผมซ้อมหนัก
ระยะทางเป็นหมื่นเมตรต่อวัน
"
อาจารย์ท่านเลยเขียนตัวเลขให็ดู
คร่าว ๆ
เกี่ยวกับการพัฒนานักว่ายน้ำเยาวชนดังนี้
| อายุนักกีฬา | ระยะทางที่ซ้อม / ครั้ง | จำนวนครั้ง / สัปดาห์ |
| 7 ปี | 1000 เมตร | 3 |
| 8 ปี | 2000 เมตร | 4 |
| 9 ปี | 3000 เมตร | 4 |
| 10 ปี | 4000 เมตร | 5 |
| 11 ปี | 5000 เมตร | 5 |
| 12 ปี | 6000 เมตร | 5 |
| 13 ปี | 7000 เมตร | 6 |
| 14 ปี | 8000 เมตร | 6 |
| 15 ปี | 9000 เมตร | 7 |
| 16 ปี | 10000 เมตร | 8 |
| 17 ปี | 11000 เมตร | 9 |
อาจารย์สำเริงท่านถามว่า หากเป็นขั้นเป็นตอนอย่างนี้จะซ้อมมากไหมครับ ?
จากแผนการซ้อมว่ายน้ำดังกล่าวก็น่าจะเป็นประโยชน์กับหนู
ๆ และเด็ก ๆ
ที่เพิ่งจะหัดว่ายน้ำมากที่สุด
ส่วนเด็ก ๆ
ที่อายุตั้งแต่ 7 - 10 ปี
ก็น่าจะได้รับประโยชน์มากพอดูเหมือนกัน
และถ้าจะดูบทความ "
แนวทางการฝึกซ้อมว่ายน้ำ "
ของ US SWIMMING ประกอบด้วยก็จะดี
และนักว่ายน้ำที่อายุ 11 - 12 ปี
ขึ้นไป
และพึ่งจะซ้อมว่ายน้ำมาไม่กี่ปี
ก็น่า
จะปรึกษาผู้ฝึกสอนดูว่า
ท่านจะว่าแผนการฝึกซ้อมและชนิดของการแข่งขันให้กับเราในอนาคตอย่างไรบ้างครับ
novice_coach
June 2' 01