การพัฒนาทักษะสำหรับนักว่ายน้ำ

Progression Stroke Drills for

National Tip Top Squad Members โดย Wayne Goldsmith

แปลและเรียบเรียงโดย โค้ชมือใหม่ 143

 

ขั้นตอนการพัฒนาทักษะท่าฟรีสไตล์ และกรรเชียง

·       ตะเท้าด้านหลัง (ตะแคง) หายใจ ทุก ๆ การเตะเท้า 12 ครั้ง

·  เตะเท้าด้านข้างและใช้มือพายน้ำ โดยในท่าฟรีสไตล์ เน้นให้นิ้วโป้งชี้ลงข้างล่าง ส่วนท่ากรรเชียงเน้นให้นิ้วโป้งชี้ขึ้น และคางชิดกับหัวไหล่ที่อยู่ผิวน้ำ สายตามองตรง หน้านิ่ง

                การพายน้ำนั้น นิ้วมืออยู่ต่ำกว่าข้อมือ และข้อศอกอยู่สูงกว่าข้อมือตามลำดับ เพื่อป้องกันข้อศอกงอหรือศอกตกนั่นเอง ข้อมือต้องไม่เกร็ง ไม่จำเป็นต้องทำมือเป็นอุ้ง การพายน้ำอาจใช้ Paddle  ในการพายน้ำได้เป็นการเพิ่มความหนักกับการจับน้ำได้อีก Paddle ที่ใช้ สามารถใช้ขนาดใหญ่ได้

                การเตะเท้า 12 ครั้ง จะเร่งการปฏิบัติด้วยการเน้นการพายน้ำด้วยการกดลง และสามารถทำสลับทั้งสองข้างซ้ายและขวาได้ การกดฝ่ามือลงในการพายน้ำ จำเป็นอย่างยิ่งในท่ากรรเชียง

·   การว่ายแขนเดียว โดยเตะขา 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้างจากซ้าย – ขวา การเพิ่มหรือลดจำนวนการเตะเท้า เป็นสิ่งที่ทำได้ จำนวนครั้งของการเตะเท้ามากยิ่งจะยากกว่า โดยยังคงรักษาลักษณะของฝ่ามือโดยนิ้วโป้งชี้ขึ้น สำหรับท่าฟรีสไตล์ และนิ้วโป้งชี้ลงสำหรับกรรเชียง ท่านี้ต้องพยายามรักษาตำแหน่งของศีรษะให้นิ่งขณะแขนเปลี่ยนจากซ้าย-ขวา หรือ ขวา-ซ้าย

·   แบบฝึก 99,77,55,33 คือ เลขตัวแรกคือจำนวนครั้งที่เตะเท้า และเลขตัวที่สอง (เท่ากัน) คือจำนวน สโตร์คที่ใช้ว่ายอย่างสมบูรณ์ในท่าปกติ ฟรีสไตล์และกรรเชียง รักษาความต่อเนื่อง ความเร็วในการเปลี่ยนข้าง (ซ้าย/ขวา) จะสร้างระยะทางต่อสโตร์คมากขึ้นได้

        จุดสำคัญ ต้องมั่นใจได้ว่า การกลิ้งลำตัวต้องกลิ้งตลอดแนวยาวของลำตัว สะโพกและไหลนักกีฬาสามารถประเมินด้วยความรู้สึก
ของตนเองด้วยการดึงแขนเพียงข้างเดียว จากการวางมือลงสู่ผิวน้ำ คือ ผ่านลำตัว และผลักจนสุด ในจังหวะสำคัญตอนผลักสุด
จะใช้การเตะเท้าช่วย ลำตัวจะกลิ้งตลอดแนวยาวของลำตัว ความรู้สึกนี้จะอยู่ในทุก ๆ สโตร์คทั้งท่าฟรีสไตล์และกรรเชียง

·  ว่ายแบบ 3 แขนแล้วจึงเปลี่ยน โดยเตะเท้า 12 ครั้ง ด้วยการดึงแขนเร็ว 3 แขน โดยกลิ้งสะโพกก่อนแขนฝ่ามือลงสู่ผิวน้ำ (Arm Enkey) ห้ามหายใจขณะใช้แขน แต่ให้หายใจในช่วงกลางของการเตะเท้า

·  ว่ายแบบ 3 แขนแล้วจึงเปลี่ยน แต่คราวนี้เปลี่ยนเมื่อครบ 5,7,9 หรือ 11 แขนซึ่งขึ้นอยู่กับเพศและความสามารถของนักว่ายน้ำใน
การทำ
Drills แต่ยังคงรักษาการเตะเท้าแบบ 12 ครั้งอยู่

·   ว่ายแบบช้า (Slow motion) เป็นการว่ายแบบที่มีความสมบูรณ์แบบของเทคนิคการว่ายโดย ว่ายช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยกเว้นการกลิ้งสะโพก และการผลักสุดในช่วงสุดท้ายของ FR และ BK

·   ว่ายแบบ “MAX” ทั้งเป็นการออกแรงเต็มที่ทั้งจำนวนสโตร์ค/นาที (Stroke Rate) และออกแรงเต็มที่ในการกลิ้งสะโพกโดยท่าฟรีสไตล์จะหายใจทั้ง 2 ข้างและเตะเท้าอย่างต่อเนื่องส่วนท่ากรรเชียง
ให้ยกศีรษะสูงและหมุนแขนเร็วที่สุด

เราสามารถดัดแปลงได้เพิ่งเติมดังนี้

    1)   ท่าฟรีสไตล์ ให้ใช้ ตีนกบแบบสั้น
2)    ท่ากรรเชียง ให้ใช้ แขนซ้าย 3 ครั้ง ช้า ๆ แขนขวา 3 ครั้ง ช้า ๆ และใช้ 6 แขนต่อเนื่องเร็ว ครั้งแรกทำ 25 เมตร และ 50 เมตร

                “ต่ำสุด และสูงสุด” ที่ว่าใช้ต่ำสุดคือจำนวนสโตร์คไม่ว่าจะเป็น Drills หรือการว่ายก็ตาม และสูงสุดคือการออกแรงพยายาม
ให้เต็มที่ เราจะรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ผู้ฝึกสอนควรระลึกถึงข้อนี้เสมอ และในนักว่ายน้ำระดับสูง ผู้ฝึกสอนจะเพิ่งการตรวจสอบ
ชีพจรเข้าไปด้วย โดยการวัดจำนวนครั้งที่ชีพจรเต้นภายใน 10 วินาที (หรือติดต่อ
Webmaster เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์วัด
ชีพจรอิเล็กโทรนิกส์แบบไร้สาย)

·   ว่ายเน้นการกลิ้งสะโพก ที่ความเร็วที่แตกต่างกัน ในท่าฟรีสไตล์และท่ากรรเชียง เช่น ว่ายกรรเชียง 4 สโตร์ค ว่ายฟรีสไลต์ 4 สโตร์ค และเราอาจจะเพิ่มการจับน้ำเข้าไปในแต่ละสโตร์คได้ และการจับน้ำในช่วงแรกของสโตร์เป็นสิ่งสำคัญมาก นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความถูกต้อง และจะเป็นการเริ่มต้นของการจับความรู้สึกของแรงกดที่ฝ่ามือและที่หน้าแขนหรือท้องแขน (furearms) นั่น! จะเป็นความเร็วของการว่ายน้ำในตอนต้น

        ความสมบูรณ์ของความก้าวหน้า เกิดจากการใช้เวลาร่วมกันอย่างช้า ๆ ระหว่างการค้นหาสโตร์คของผู้ฝึกสอนและนักว่ายน้ำ อย่ารีบทำ Drills ลำดับขึ้นของการ Drills อันต่อ ๆ ไปจะเกิดขึ้นเนื่องจากความสมบูรณ์ของ Drills ขั้นนี้แล้วและอุปกรณ์ใน Drillsต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตีนกบ หรือ Paddle เมื่อถอดออกแล้ว ความสมบูรณ์ของ Drills ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

                ผู้ฝึกสอนควรสังเกตความสามารถในการทำ Drills  และนักว่ายน้ำจะรู้สึกถึงการเพิ่มขึ้นของความเร็ว
และการเร่งที่เกิดขึ้นเสมอ เพราะนั่นจะทำให้พบทักษะที่เพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเสมอ

                การทำ Drills ไม่มีอะไรที่ง่าย ๆ มันมีอะไรมากมายที่จะทำให้สโตร์คเสีย ถ้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ถูกต้องในแต่ละสโตร์ค
เลยทีเดียว สโตร์คที่ดีมักเริ่มจาก
Drills ที่ถูกต้องอย่างช้า ๆ และสมบูรณ์จนไปถึงความตั้งใจสูงสุด สู่การออกแรงสูงสุดในแต่ละสโตร์ค

หมายเหตุ  แบบฝึก (Drills) เหล่านี้สามารถใช้ได้ในระยะทาง 25 หรือ 50 เมตร และบางครั้งอาจใช้ Paddle ด้วย