การพัฒนาและการฝึกซ้อม
( DEVELOPMENTAL TRAINING )
เรียบเรียงจาก
หนังสือ Competitive Swimming Techniques for Champions
ผู้แต่ง Mark Schubert
แปลและเรียบเรียงโดย
ผ.ศ.ดร.สมพิศ ใยสุ่น
กุญแจสำคัญในการฝึกซ้อมนั้นคือ
ควรพัฒนาโดยธรรมชาติ
สิ่งนี้หมายถึงการฝึกฝนนักกีฬาว่ายน้ำ
ที่มีทัศนะที่กว้างไกล
แต่ละขั้นตอนของการพัฒนานักกีฬาว่ายน้ำแตกต่างจากสิ่งที่คิด
โดยเน้นความสำคัญ
การฝึกฝนนั้นจะต้องเน้นความถูกต้องและความเหมาะสมสำหรับระดับของอายุของนักกีฬาว่ายน้ำ
ไม่ใช่การ
ฝึกฝนนักกีฬาว่ายน้ำระดับมหาวิทยาลัยนำมาใช้กับนักกีฬาว่ายน้ำระดับอายุ
10 ปี เพื่อให้สถิติลดลง นักกีฬา
ว่ายน้ำที่อายุยังน้อยจะแสดงออกเกี่ยวกับการว่ายได้เพียงเล็กน้อยไม่เหมือนกับนักว่ายน้ำระดับมหาวิทยาลัย
สิ่งอื่นที่ต้องนึกคิดและต้องจดจำว่านักกีฬาทั้งหมดจะพัฒนาเฉพาะบุคคล
อะไรที่บุคคลคนหนึ่ง
สามารถเรียนรู้เมื่ออายุ 7 ปี
แต่บุคคลอื่นไม่สามารถเรียนรู้ได้
จนถึงอายุ 10 ปี
อะไรที่บุคคลหนึ่งที่อายุ 14 ปี
สามารถฝึกฝนได้ดี
แต่บุคคลอื่น ๆ
อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะฝึกฝนได้
นี้คือความเป็นจริงอย่างยิ่งของ
การว่ายน้ำซึ่งอาจจะพบเห็นได้ในการฝึกซ้อมในโรงเรียน
เช่น
การเรียนดนตรีหรือการเรียนอื่น
ๆ เราจะต้อง
กลับมาคาดหวังในตัวของเราและทำการปรับปรุงในการวางแผนการฝึกซ้อม
การพัฒนาและการวางแผนการฝึกซ้อมว่ายน้ำจะเน้นความสำคัญหลาย
ๆ ส่วนดังนี้
1. การออกกำลังกาย ( aerobic training )
การฝึกฝนของการหมุนเวียนของระบบการหายใจ
( oxygen system )
2.
การฝึกฝนการว่ายน้ำที่จำกัดการหายใจ
( anaerobic training )
ในขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สองและ
ฝึกสปริ้น
และดูการเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องนำข้อมูลมาเปรียบเทียบก่อนและหลังการฝึก
3.
การฝึกสโตร์ค,การออกตัว,การกลับตัว
4.
การเน้นความสำคัญของการพัฒนาเป็นรายบุคคล
ทางด้านความคิดและความเข้าใจของเกี่ยวกับการฝึก
ซ้อมว่ายน้ำ
แม้ว่าจะไม่เน้นเกี่ยวกับการฝึกซ้อม
นักกีฬาว่ายน้ำก็จะมองเห็นความสำคัญและความจำเป็นและทำให้
สำเร็จได้ตามที่คาดหวังไว้เพื่อเป็นประสบการณ์ในการว่ายน้ำ
ขบวนการในการพัฒนานี้อาจจะเป็นการฝึกฝนแบบสำเร็จรูปและเฉพาะบุคคล
แต่มีความแน่นอน
ซึ่งเป็นแนวทางในการก้าวต่อไปข้างหน้าของการว่ายน้ำที่สมบูรณ์
การฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ
อายุ 6 - 10 ปี
( Training for Young Swimmers Ages 6 to 10 )
แนวทางพื้นฐานทั่ว
ๆ ไป
ความคิดที่ช่วงอายุนี้ไปด้วยความเร็วและยาวนานในทางที่พอจะเป็นไปได้
บนพื้นฐานของการฝึกฝนเล็กน้อยที่พอทำได้
กุญแจนี้คือลูกศรที่จะทำให้นักว่ายน้ำรุ่นเยาว์นี้จะเรียนรู้และ
สนุกกับการเล่นกีฬาซึ่งประสบการณ์จะทำให้ประสบผลสำเร็จในเรื่องของเวลาในการแข่งขันและต้องส่งเสริม
ด้านเทคนิค
สิ่งที่สำคัญอย่างแรก
คือควรจะฝึกฝนทางด้านสโตร์ค
ทุก ๆ
ระยะทางที่ว่ายจะต้องได้รับการ
แก้ไขให้ถูกต้องเพื่อให้เป็นรากฐานที่ดีและเป็นนิสัยและเหมาะสมกับระบบกล้ามเนื้อ
หากทุก ๆ ระยะทางที่
ว่ายไม่แก้ไขให้ถูกต้องซึ่งพื้นฐานที่ไม่ดี
นั้นเป็นสิ่งทีทำให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่ง
ยากที่จะแก้ไขได้ใน
ระยะเวลาอันสั้น
สิ่งที่สำคัญอย่างที่สอง
โปรแกรมการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬารุ่นเยาว์นี้
คือการวางรากฐานในทาง
ที่ดีขึ้นสำหรับสุขภาพ
การออกกำลังกาย
การสนุกกับการว่ายน้ำ
และการท้าทาย
ซึ่งการปั้นเขาและเธอ
เพื่อเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเข้าชิงชัยในการแข่งขันที่จะมาถึง
สิ่งที่สำคัญอย่างที่สาม
การฝึกฝนว่ายน้ำสำหรับนักกีฬารุ่นเยาว์นี้
แท้ที่จริงแล้วการฝึกว่ายน้ำ
ก็เป็นการฝึกฝนแล้วในตัวของมันเอง
ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฝึกระบบการหายใจโดยธรรมชาตินักว่ายน้ำ
รุ่นเยาว์ที่จะประสบความสำเร็จควรจะเริ่มเรียนว่ายน้ำโดยการว่ายด้วยสโตร์คที่ถูกต้อง
นักว่ายน้ำรุ่นเยาว์
ควรสนุกกับการว่ายน้ำเป็นอย่างแรกและสนุกกับการสปริ้นในระยะสั้น
ๆ พอสมควร
ซึ่งทำให้สนุกและเป็นการออกกำลังกาย บ่อยครั้งที่ไม่ค่อยเอาใจใส่กับการฝึกซ้อมว่ายน้ำ
แต่ถือว่านี้เป็น
โอกาสเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
ตัวอย่างของการเคลื่อนตัวว่ายน้ำในท่าใดก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความถูกต้องของท่าว่าย
และความชำนาญของการว่ายน้ำและสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านพ้นไปขึ้นอยู่กับการ
ฝึกฝนบ่อยครั้งแค่ไหน
และการหาเกมส์กีฬามาเล่นเช่นเกมส์ที่ใช้ลูกบอลหรือเกมส์ที่เกี่ยวกับความเร็ว
ก็เป็นการเสริมให้นักกีฬารุ่นเยาว์ไม่รู้สึกเบื่อกับการว่ายน้ำ
สิ่งต่าง
ๆนี้ก็ขึ้นกับผู้ฝึกสอนเป็นสำคัญ
ดังนั้นเวลาการฝึกซ้อมต้องผสมกับการเล่นเป็นการผสมเพื่อนักกีฬารุ่นเยาว์
การฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ
อายุ 11 - 14 ปี
( Training in the Middle Years Ages 11 to 14 )
กลุ่มอายุนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ
นักกีฬาว่ายน้ำแต่ละคนจะถึงเวลาที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
ระบบต่าง
ๆของร่างกายแตกต่างกันนานานับประการ
สรีระทางร่างกายของนักว่ายน้ำในช่วงอายุนี้
จะเป็นกุญแจในการส่งเสริมเกี่ยวกับการฝึกระบบไหลเวียนของการหายใจ
( aerobic training )
กลเม็ดนี้จะช่วยส่งเสริมให้ช่วยในการฝึกซ้อมให้ไม่ถดถอยลงจนกลายเป็นคำที่นักกีฬาว่ายน้ำเรียกว่า
" mileage trap"
โดยหลักเกณฑ์ในทางวิทยาศาสตร์
โปรแกรมการฝึกซ้อมมันอาจจะเป็นไปได้
ที่ระบบ aerobic system
มีความจำเป็นโดยปราศจากการฝึกซ้อมจริงในสระว่ายน้ำ........
ข้อจดจำ
ที่พิเศษในคำสั่งนี้
มันเป็นไปได้เกี่ยวกับขั้นตอนแรกนี้ในนักว่ายน้ำรุ่นเยาว์โดยเพิ่มระยะทางการ
ว่ายน้ำและเร่งระดับความเร็วขึ้น
การปฏิบัติที่ผ่านมา
ผู้ฝึกสอนแต่ละคนพยายามที่จะทำให้มัน
สมบูรณ์
แต่มีการมุ่งมั่นเป็นระยะเวลายาวนานซึ่งจะเป็นอันตรายในเวลาอันใกล้
โปรแกรมการว่าย
ที่ต้องเร็วและรุนแรงสามารถทำให้เกิดผลความเหนื่อยและการไม่สมดุลย์ของการฝึกซ้อมจะทำให้
เกิดบาดเจ็บในนักว่ายน้ำรุ่นเยาว์
ซึ่งจะทำให้เขาล้าหลังตลอดทั้งการไม่พัฒนาให้ก้าวต่อไป
มันเป็นผลที่ทำให้การฝึกซ้อมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและเลิกฝึกซ้อม
นั้นเป็นเหตุให้เกิดการจากไปใน
การเลิกจากกีฬาว่ายน้ำ
สโมสรว่ายน้ำต่างๆ
ในอเมริกา...มันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำแต่ละคนที่จะฝึกซ้อม
มากถึงวันละ 5 ชั่วโมง
ถ้าฝึกซ้อมด้วยระยะทางที่มากและยาวนานเป็นโปรแกรมที่เริ่มต้นที่เกินไป
จุดมุ่งหมายแรก..มุ่งมั่นที่จะฝึกฝนเกี่ยวกับการหมุนเวียนของระบบการหายใจ
aerobic system
ตลอดถึงเพิ่มเติมหลักของทางวิทยาศาสตร์การกีฬาในขณะที่ว่ายน้ำและเวลาพัก
จุดมุ่งหมายที่สอง..ส่งเสริมปรับปรุงแก้ไขท่าว่ายของนักกีฬาให้ถูกต้อง
รวมถึงการ
ออกตัวและการกลับตัวของนักกีฬา (
start and turns )
จุดมุ่งหมายที่สาม
ให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสติปัญญาและท่าทางของนักว่ายน้ำให้เหมาะสม
กับการเป็นนักกีฬา
จุดมุ่งหมายประการสุดท้าย..
แน่นอนพลังงานที่จะได้จะมาจากท่าทางและรูปร่าง
รวมถึงสภาพจิตใจและความคิดเพื่อมาประสานประโยชน์
สรุปลำดับก่อนหลังที่สำคัญคือ
1. การออกำลังกาย
เพื่อการหมุนเวียนของระบบหายใจ (
aerobic development )
2. การพัฒนาสโตร์คให้ถูกต้อง ( stroke
development )
3.
การพัฒนากิริยาท่าทางและความคิด
( attitudinal development )
4. ฝึกสปริ้น ( sprint training )
การฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ
อายุ 14 - 18 ปี
( Training in the High School Years Ages 14 to 18 )
การฝึกซ้อมในช่วงอายุนี้ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การเจริญเติบโตของร่างกายอย่างเต็มที่เป็นโอกาส
เหมาะที่จะเพิ่มการพัฒนาความแข็งแกร่ง
ซึ่งผลที่ได้ก็คือกำลังและความเร็วที่ดีขึ้น
การฝึกบนบก ( Dry - land )
และการฝึกความแข็งแกร่งในสระว่ายน้ำสามารถทำได้ในช่วงอายุนี้และถือว่าเป็นการพัฒนาที่มีบทบาทสำคัญ
นักว่ายน้ำในช่วงอายุนี้ร่างกายเจริญเติบโตมากขึ้น
เขาและเธอสามารถใช้เวลาทั้งหมดกับการฝึกซ้อมระบบเกี่ยวกับ
การจำกัดการหายใจ ( anaerobic training )
และการฝึกซ้อมสปริ้น ( sprint swimming )
การฝึกระบบ
จำกัดการหายใจสิ่งที่แน่คือ
การเพิ่มเอ็มไซด์และกระตุ้นการพัฒนาระบบการไหลเวียนของเมล็ดเลือดแดงและพัฒนา
ระบบหายใจ
ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ควรจะพัฒนานักกีฬาว่ายน้ำในช่วงอายุนี้
แต่ละช่วงการแข่งขันต้องอุทิศการฝึกซ้อม
บางช่วงเวลาให้แก่การฝึกซ้อมระบบการหายใจ
( aerobic system )
ซึ่งการฝึกซ้อมในระบบดังกล่าวจะทำให้
ถึงขีดสูงสุด ( peak )
เร็วกว่าที่กำหนดไว้
ดังนั้นการฝึกซ้อมระบบการหมุนเวียนการหายใจจะนำมาพัฒนาระบบ
การว่ายน้ำที่จำกัดการหายใจ ( anaerobic
training )
การควบคุมท่าวายในแต่ละสโตร์คก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญในช่วงอายุนี้
( stroke mechanics ) แต่ถ้านักกีฬา
ว่ายน้ำทั้งหลายได้เรียนรู้มาอย่างดีตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะมาถึงช่วงอายุนี้
เขาทั้งหลายเพียงแต่นึกคิดถึงสโต็กที
ถูกต้องซึ่งเปรียบเสมือนเงาตามตัวมาอยู่แล้ว
แน่นอนถ้าเขาทั้งหลายจะต้องปรับปรุงสโต็ก..จะต้องเริ่มเสียทันทีทันใด
มีคำพูดที่คอยเตือนอยู่เกี่ยวกับสโตร์ค
การพัฒนาทางร่างกายจะค่อย ๆ
ปรากฎเป็นไปตามธรรมชาติ
เมื่อเวลาผ่านไป
ดังนั้นการพัฒนาของสโตร์คก็จะพัฒนาไปในแต่ละบุคคล
เด็กที่ว่ายท่าผีเสื้อตอนอายุ 10
ปี ช่วง
ระยะที่ได้จะสั้นและเบาในแต่ละช่วงแขนขา
และหากเป็นเด็กอายุ 16 ปี
ช่วงแขนขาก็จะยาวกว่ามีน้ำหนักมากกว่า
และมีความแตกต่างของช่วงแขนขามากกว่าซึ่งเป็นไปตามหลักธรรมชาติของสรีระศาสตร์
สโตร์คของเขาจะเปลี่ยน
ไปเหมือนกับนักว่ายน้ำคนอื่น ๆ
เมื่อเวลาผ่านไป
การปรับปรุงเกี่ยวกับสโตร์คเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่การที่จะพยายาม
รักษาสโตร์คให้เหมือนเดิมแทบที่จะเป็นไปไม่ได้และเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแน่ที่จะต้องพัฒนาไม่ให้สโต็กนั้นแย่ลงกว่าเดิม
การฝึกออกกำลังกายบนบก ( Dry land training )
สำหรับกลุ่มอายุในช่วงนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้อง
ทำเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามความไม่สะดวกต่าง ๆ
ก็เหมือนกฎเกณฑ์ที่จะต้องพัฒนา
นั้นคือความจริงที่ว่ายในน้ำ
มิใช่ว่ายบนบก
ช่วงเวลาการฝึกความแข็งแกร่งนี้จะต้องเน้นหนักและทำซ้ำกับน้ำหนักที่เบา
ต่อมาเมื่อมีความ
แข็งแกร่งมากขึ้นก็ค่อยเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น
แต่ในความคิดแล้วการฝึกออกกำลังกายบนบกสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ
ในช่วงอายุนี้สมควรทำเพียงเล็กน้อยในระยะเวลาที่พอเป็นไปได้
ระยะเวลาจะทำให้เขาและเธอสามารถพอที่จะ
ดำเนินการได้ต่อไป
การฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำระดับวิทยาลัย
( College - Age Training )
การฝึกซ้อมว่ายน้ำสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำในช่วงอายุนี้มีมากมาย
ความจริงรางวัลที่ได้ก็เมื่อจบสิ้นการแข่งขัน
นักกีฬาในช่วงนี้กำลังพัฒนาถึงขีดสุดยอดและตลอดระยะเวลาที่เตรียมตัวมาทั้งปีที่จะแสดงความสามารถและปฏิบัติ
ให้ดีที่สุดเท่าที่มี
นักกีฬาในช่วงอายุนี้กำลังมีความคิดทีดี
ๆ เข้ามาสำหรับตัวเขา
การฝึกซ้อมจะเกิดขึ้นอย่างเสมอในช่วงบ่าย
ในสระว่ายน้ำของสโมสรและเป็นเรื่องง่ายและปกติที่ต้องทำ
ในกีฬาว่ายน้ำจะฝึกซ้อมในท่าว่ายและระยะเวลาของเขา
ซึ่งทั้งหมดแล้วก็เกี่ยวกับความสามารถ,
ความสนใจในการพัฒนา
และความสามารถทางสรีระมากมายที่จะทำให้เกิด
ประสิทธิภาพ
เขาจัดทำการฝึกซ้อมนอกเวลาพร้อมด้วยการฝึกอย่างง่าย
ๆ ตามประสบการณ์ของเขาที่ผ่านมา
ความจริงนักว่ายน้ำในระดับนี้จะเผชิญกับความกดดันและเข็มงวดในวิทยาลัยหรือในสโมสรและสิ่งแวดล้อมต่าง
ๆ
โดยธรรมชาติ
นั้นมิใช่เสมอไปที่จะนำมาซึ่งการอุทิศตนในการฝึกซ้อม
แต่บนความถูกต้องของการอุทิศตนฝึกซ้อม
นักกีฬาว่ายน้ำจะแปลกใจต่อการพัฒนาของตนเอง
แน่นอนการฝึกซ้อมของนักกีฬาในระดับนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญและแตกต่างไปจากระดับของ
High School
การคาดหวังในการแข่งขันจะมีผลออกมาที่ดีขึ้นมากกว่าการฝึกซ้อมอยู่กับการเน้นหนักในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ
นักกีฬาว่ายน้ำจะมีพลังจากร่างกายเป็นเครื่องมือที่ในช่วงอายุนี้
เขาจะมีความมั่นใจในความสามารถของเขาเสมอ
ดังนั้นเขาจะเป็นนักว่ายน้ำที่ดีเลิศต่อไป
หลักหรือกฎเกณฑ์ในการพัฒนาการฝึกซ้อม...มีเวลาในการฝึกซ้อมแต่ละชนิดของโปรแกรมการฝึก
นั้นเป็นสิ่ง
ที่ดี
นักกีฬาว่ายน้ำจะได้ประโยชน์อย่างสูงโดยการรู้จักนึกคิดในรายละเอียดต่าง
ๆ
ของการฝึกซ้อมที่แท้จริงในเวลานั้น
มันอาจจะเป็นไปได้ในการปฏิบัติอย่างไม่จริงใจโดยไม่สมัครใจที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้
ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิด
ผลเสียหายในภายหลังที่จะติดตามมา
การมุ่งฝึกซ้อมของนักกีฬาด้วยความเอาใจใส่ตลอดมาและความเอาใจใส่ของเขาและเธอจะพัฒนาการฝึกซ้อม
อย่างดีที่สุดโดยผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถ
สัญญาผูกมัดระหว่างผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถและการอุทิศตนและการ
ตัดสินใจมุ่งมั่นของนักกีฬานี้คือ
พลังอันมหัศจรรย์ ( " magic formula " )
ในการพัฒนาในการว่ายน้ำ
นี่มิใช่เป็น
เพียงพลังมหัศจรรย์ที่มีพลังมากไปกว่ากฎเกณฑ์ที่เหมาะสม
แต่เป็นศิลปะที่ผสมกันอย่างกลมกลื่นระหว่างกำลังใจและ
จิตวิญญาณของคนสองคน