Learn  to  swim 9

 

โดย โค้ชมือใหม่   143 

novicecoach @siamswim . com

 

ความจริงของกีฬาว่ายน้ำกับเด็กไทย  ความจริงก็คือสิ่งที่เป็นอยู่จริง ๆ  แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการหรือสิ่งที่คาดหวังและสิ่งที่คาดหวัง  และสิ่งที่ควรจะเป็น  แต่ว่าเราควรจะทราบทิศทางที่เป็นอยู่พอ ๆ กับ  หลักการที่ควรจะเป็นพอพอกันก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ปัจจุบันนักกีฬาว่ายน้ำที่แข่งขันกันอยู่ราว  3,000  คน ทั่วประเทศ  มีภาคใต้  600  กว่าคน ภาคเหนือ  700  คน  ภาคอีสาน  500  คน  และภาคกลางก็คือจำนวนที่เหลืออยู่    นักว่ายน้ำแต่ละคนมีเวลากันที่  ป1 – ม3  เป็นส่วนใหญ่  แต่มีส่วนน้อยที่ยังคงแข่งขันอยู่ในช่วง  ม.ปลาย  เพราะมีความสามารถและมีใจรัก  จากนั้นก็จะค่อย ๆ  เลิกรากัน  เพื่อศึกษาต่อ  หรือเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย  ใคร ๆ  ก็ต้องเรียนหนังสือเพื่อวันข้างหน้า

                ทีมส่วนมากจะมีนักว่ายน้ำรุ่นโตกว่าอยู่ประมาณ  20%  ของจำนวนสมาชิกในทีม  ยกเว้นทีมที่มีชื่อเสียงมาก ๆ  จะมีกลุ่มโตอยู่กันทั้งทีม

                เหตุผลที่พอจะพบได้จากการสัมภาษณ์รวบรวมไว้ได้พอสรุปได้ดังนี้(oct2002)

1.    เบื่อหน่าย  ซ้อมหนัก  สูญเสียชัยชนะและเวลาการว่าย

2.    ต้องสอบ  Entrance  ต้องเรียนหนัก

3.    พบกิจกรรมอื่นที่ชอบมากกว่า

ประเทศสหรัฐอเมริกามีนักว่ายน้ำราว  180,000  คน  และทุกปีจะมีนักว่ายน้ำเยาวชนเลิก

ราจากการเป็นนักว่ายน้ำก่อนเวลาที่เหมาะสมปีละประมาณ 60,000 คน  คิดเป็น  35%  ทุก ๆ  ปี (USA-Swimming ,2002)  พวกเขาได้ทำการศึกษาแล้วพบเหตุของการเลิกราเกี่ยวกับ

1.    เวลาเป้าหมายและผลของการแข่งขัน

2.    ผู้ฝึกสอนมองภาพในแง่ร้าย

3.    กิจกรรมกีฬาอื่นน่าสนใจกว่า

4.    เบื่อหน่าย

5.    มีปัญหากับทางโรงเรียน  เช่น  มาสาย  หรือ เรียนไม่ทัน

6.    ไม่มีความสนุกสนานอีกแล้ว

 

 

และยังพบเหตุผลที่ยังคงว่ายน้ำอยู่เนื่องจาก

1.    สนุกสนานกับกิจกรรมว่ายน้ำ

2.    แข็งแรงและรูปร่างดี

3.    เพื่อน ๆ และเพื่อนร่วมทีม

4.    ชอบการแข่งขัน

5.    ปรับปรุงทักษะและเป้าหมาย

6.    พบปะผู้คนใหม่ ๆ

ตอนนี้อาจารย์โจ อนุชา  ประสงค์ (JP-in.tn.)  กำลังวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตและการเลิกราจะเป็นไป
ในเปอร์เซนต์อย่างไรหากใครมีข้อมูลด้านจำนวนก็ส่งมาได้จะได้มีความชัดเจนมากขึ้น (29  ตุลาคม  2545) 

                ที่เล่าสู่กันฟังในเรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าเราน่าจะมองกีฬาว่ายน้ำให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่า  สำหรับผู้ปกครองที่เริ่มจะเข้าทีมว่ายน้ำหรือยังมีนักกีฬาว่ายน้ำไว้ในครอบครองที่เยาว์อยู่เพราะธรรมชาติของกีฬาว่ายน้ำจะผลิตดอกออกผลตามหลักการของสหพันธ์ว่ายน้ำโลก(FINA)

อ้างอิงไว้ก็ราว  5-6  ปี  ถึงจะเป็นเรื่องเป็นราวถ้านับจากประถมศึกษา  อีกทั้งธรรมชาติของเด็กอนุบาลจวบจนประถม 4  มีความเป็นเด็ก ๆ  มากมายและท่าว่ายของการว่ายน้ำก็มีทั้ง  4  ท่า  ความเป็นไปได้น่าจะอยู่ที่การเรียนทักษะและความสนุกสนานมากกว่าและในขณะเดียวกันนี้เรายังไม่ทราด้วยซ้ำว่ากีฬาอะไรที่พวกเด็ก ๆ  ชอบเพราะรักในที่สุด

                มันน่าจะเป็นการบังคับ “ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า”  ไปหน่อยถ้าถ้ามองถึงพัฒนาการทางด้านจิตใจของความรู้สึกที่  รัก – ชอบ  กีฬาใด ๆ

            ท่านครับเด็ก ๆ  ที่ชอบเล่นน้ำมาก ๆ  ใช่ว่าพวกเขาจะชอบหรืออยากเป็นนักว่ายน้ำเสมอไปเพราะยังไม่ทราบเลยว่านักกีฬาคืออะไร

                เด็ก ๆ  ประถม  5-6  น่าจะเป็นเด็ก ๆ  ที่ค่อนข้างโตและถ้าว่ายน้ำมาแล้วประมาณ  2-4 ปี ก็น่าจะทราบ
แล้วว่าชอบหรือไม่ชอบแต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็คือเด็ก ๆ  ประถมศึกษา    ผมอยากให้
มองระดับชั้นเรียนและความเป็นเด็ก ๆ  ควบคู่ไปกับความสามารถของพวกเขาด้วย

                พอเข้ามัธยมต้น  หลาย ๆ  คนจะเติบโตทางความคิดอย่างชัดเจนและความรู้สึกที่มีต่อการกีฬา  ก็จะแสดงออกมาอย่างชัดเจน    ท่าว่ายน้ำทั้ง  4  ท่าในตอนประถมศึกษา  และให้เวลาพวกเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง  อีกทั้งมีทางเลือกในกีฬาต่าง ๆ  มาตอนนี้แหละจะเป็นดังตอนที่ถูกต้องและอาจเป็นดังนอนสุดท้ายก็เป็นได้ครับ  สำหรับการเป็นนักว่ายน้ำ    เพียงเพราะว่าเราจะรักษาความรู้สึกที่ดี ๆ  ต่อการกีฬาไว้ในจิตใจของเด็ก ๆ  เพราะกีฬามีเพื่อประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นโทษและผลพวงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการฝึกซ้อมที่นักเกินไปขณะที่พวกเขายังเด็ก  จนไม่สามารถอยู่ในกีฬาว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน  ทั้งทางกายมีความภูมิใจ  สังคมการกีฬา  และพัฒนาจิตใจต่อไปได้ดังเช่น  เพื่อนโค้ชชาวใต้ของผมท่านหนึ่ง  อาจารย์สุวรรณี   ศรีสุข (ผู้มีผลงานนักว่ายน้ำทีมชาติมาแล้ว)  กล่าวว่าเด็ก ๆ  ทางภาคใต้มีเวลาการเป็นนักกีฬาว่ายน้อยมากเพียงแค่เข้าเข้ามัธยมปลายก็พร้อมที่จะเลิกแล้ว (1  กันยายน  2545)

                จะลองยกตัวอย่างรูปแบบของประโยชน์ของการกีฬาโดยเฉพาะในเรื่องว่ายน้ำให้พอเห็นภาพว่าหากเราค่อย ๆ  เป็นค่อยไปแล้วมันออกผลอย่างไร  และหากถ้าเป็นตามความเป็นจริงใน

ปัจจุบัน  จะเกิดผลอย่างไร

ช่วงเวลา

กิจกรรมว่ายน้ำที่ถูกต้องตามหลักการฝึกซ้อม

การฝึกซ้อมหนักเกินไป

ก่อนวัยอันควร

อนุบาล

สนุกสนานกับการเล่นน้ำ

สนุกกับการเล่นน้ำ

ประถมต้น

เรียนรู้ทักษะสนุกกับกลุ่มเพื่อน

ตื่นเต้นช่วงแรก  สนุก

ประถมปลาย

เพิ่มพูนทักษะ  ท้าทายตัวเอง  สนุกสนาน

เริ่มหนักทางร่างกาย

ซ้อมหนักเกินไป

มัธยมต้น

เรียนรู้เทคนิคแข่งขันกับเพื่อนสนุกสนานมีกิจกรรมรองรับ , ความเป็นนักกีฬา

จิตใจเริ่มเบื่อหน่าย

เลิกราเพราะ Burn Out

มัธยมปลาย

พัฒนาตนเองให้ดีเยี่ยม , แบ่งเวลาแข่งขันกับตัวเอง , พัฒนากีฬาด้วยตัวเอง

เลิกและอ้างว่าเรียนหนัก

อุดมศึกษา

มีสังคมที่ดียกย่องภูมิใจตนเองมีกลุ่มสัมพันธ์ที่ใช้เวลาเป็นประโยชน์  หรือ

พัฒนาเข้าสู่นักกีฬาระดับสูง

ไม่ทราบว่าจะรู้สึกอย่างไร

ต่อการเป็นนักกีฬา

ทำงาน

มีรูปแบบจำลองจากการกีฬาการแข่งขันให้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างมี

น้ำใจนักกีฬารู้จักแยกแยะบทบาทหน้าที่

 

 

ผมอาจจะสรุปสั้น ๆ ว่ากีฬาเป็นสื่อการออกกำลังกายที่ชักจูงให้จิตใจของเรา  สนใจ  ใส่ใจ  เพื่อจะได้ให้ผลของการออกกำลังกายนั้น  และการว่ายน้ำเป็นเพียงการออกกำลังกายวิธีหนึ่งเท่านั้น    เพียงแต่กีฬาว่ายน้ำแตกต่างจากกีฬาอื่นคือใช้พลังของร่างกายกับทักษะการว่ายน้ำ  ฉะนั้นระยะทางที่ว่ายน้ำแต่ละวันต้องมีผลต่อความเจริญเติบโตของร่างกายเป็นแน่    การบริโภคที่มากเกินไปในทุก ๆ อย่างย่อมไม่สามารถรับได้  และต้องเกิดผลข้างเคียงอย่างแน่นอนโดยเฉพาะเด็ก ๆ  ที่ยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นฉันใด  เด็ก ๆ  ที่ไม่ได้รับการออกกำลังกายเลยย่อมขาดการสร้างเสริมการเจริญเติบโตด้วยเช่นกันฉันนั้น

 

Work Create  Pattern

    Patttern   Create  Function

 โค้ชมือใหม่ 143

Nov4,2002