
ความจริงของกีฬาว่ายน้ำกับเด็กไทย ความจริงก็คือสิ่งที่เป็นอยู่จริง ๆ
แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการหรือสิ่งที่คาดหวังและสิ่งที่คาดหวัง และสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ว่าเราควรจะทราบทิศทางที่เป็นอยู่พอ ๆ
กับ
หลักการที่ควรจะเป็นพอพอกันก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
ปัจจุบันนักกีฬาว่ายน้ำที่แข่งขันกันอยู่ราว 3,000 คน ทั่วประเทศ มีภาคใต้ 600 กว่าคน ภาคเหนือ 700 คน
ภาคอีสาน 500 คน
และภาคกลางก็คือจำนวนที่เหลืออยู่
นักว่ายน้ำแต่ละคนมีเวลากันที่
ป1
ม3 เป็นส่วนใหญ่
แต่มีส่วนน้อยที่ยังคงแข่งขันอยู่ในช่วง ม.ปลาย เพราะมีความสามารถและมีใจรัก จากนั้นก็จะค่อย ๆ เลิกรากัน เพื่อศึกษาต่อ หรือเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ใคร ๆ
ก็ต้องเรียนหนังสือเพื่อวันข้างหน้า
ทีมส่วนมากจะมีนักว่ายน้ำรุ่นโตกว่าอยู่ประมาณ 20%
ของจำนวนสมาชิกในทีม ยกเว้นทีมที่มีชื่อเสียงมาก ๆ จะมีกลุ่มโตอยู่กันทั้งทีม
เหตุผลที่พอจะพบได้จากการสัมภาษณ์รวบรวมไว้ได้พอสรุปได้ดังนี้(oct2002)
1.
เบื่อหน่าย ซ้อมหนัก สูญเสียชัยชนะและเวลาการว่าย
2.
ต้องสอบ Entrance
ต้องเรียนหนัก
3.
พบกิจกรรมอื่นที่ชอบมากกว่า
ประเทศสหรัฐอเมริกามีนักว่ายน้ำราว 180,000 คน
และทุกปีจะมีนักว่ายน้ำเยาวชนเลิก
ราจากการเป็นนักว่ายน้ำก่อนเวลาที่เหมาะสมปีละประมาณ
60,000 คน คิดเป็น 35% ทุก ๆ ปี (USA-Swimming ,2002)
พวกเขาได้ทำการศึกษาแล้วพบเหตุของการเลิกราเกี่ยวกับ
1.
เวลาเป้าหมายและผลของการแข่งขัน
2.
ผู้ฝึกสอนมองภาพในแง่ร้าย
3.
กิจกรรมกีฬาอื่นน่าสนใจกว่า
4.
เบื่อหน่าย
5.
มีปัญหากับทางโรงเรียน เช่น มาสาย หรือ เรียนไม่ทัน
6.
ไม่มีความสนุกสนานอีกแล้ว
และยังพบเหตุผลที่ยังคงว่ายน้ำอยู่เนื่องจาก
1.
สนุกสนานกับกิจกรรมว่ายน้ำ
2.
แข็งแรงและรูปร่างดี
3.
เพื่อน
ๆ และเพื่อนร่วมทีม
4.
ชอบการแข่งขัน
5.
ปรับปรุงทักษะและเป้าหมาย
6.
พบปะผู้คนใหม่
ๆ
ตอนนี้อาจารย์โจ
อนุชา ประสงค์ (JP-in.tn.) กำลังวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตและการเลิกราจะเป็นไป
ในเปอร์เซนต์อย่างไรหากใครมีข้อมูลด้านจำนวนก็ส่งมาได้จะได้มีความชัดเจนมากขึ้น
(29 ตุลาคม 2545)
ที่เล่าสู่กันฟังในเรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าเราน่าจะมองกีฬาว่ายน้ำให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่า
สำหรับผู้ปกครองที่เริ่มจะเข้าทีมว่ายน้ำหรือยังมีนักกีฬาว่ายน้ำไว้ในครอบครองที่เยาว์อยู่เพราะธรรมชาติของกีฬาว่ายน้ำจะผลิตดอกออกผลตามหลักการของสหพันธ์ว่ายน้ำโลก(FINA)
อ้างอิงไว้ก็ราว 5-6 ปี
ถึงจะเป็นเรื่องเป็นราวถ้านับจากประถมศึกษา อีกทั้งธรรมชาติของเด็กอนุบาลจวบจนประถม
4 มีความเป็นเด็ก ๆ
มากมายและท่าว่ายของการว่ายน้ำก็มีทั้ง 4
ท่า
ความเป็นไปได้น่าจะอยู่ที่การเรียนทักษะและความสนุกสนานมากกว่าและในขณะเดียวกันนี้เรายังไม่ทราด้วยซ้ำว่ากีฬาอะไรที่พวกเด็ก
ๆ ชอบเพราะรักในที่สุด
มันน่าจะเป็นการบังคับ ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า
ไปหน่อยถ้าถ้ามองถึงพัฒนาการทางด้านจิตใจของความรู้สึกที่ รัก
ชอบ กีฬาใด ๆ
ท่านครับเด็ก ๆ ที่ชอบเล่นน้ำมาก ๆ ใช่ว่าพวกเขาจะชอบหรืออยากเป็นนักว่ายน้ำเสมอไปเพราะยังไม่ทราบเลยว่านักกีฬาคืออะไร
เด็ก ๆ ประถม 5-6 น่าจะเป็นเด็ก ๆ
ที่ค่อนข้างโตและถ้าว่ายน้ำมาแล้วประมาณ 2-4 ปี ก็น่าจะทราบ
แล้วว่าชอบหรือไม่ชอบแต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็คือเด็ก
ๆ ประถมศึกษา
ผมอยากให้มองระดับชั้นเรียนและความเป็นเด็ก
ๆ
ควบคู่ไปกับความสามารถของพวกเขาด้วย
พอเข้ามัธยมต้น หลาย ๆ
คนจะเติบโตทางความคิดอย่างชัดเจนและความรู้สึกที่มีต่อการกีฬา ก็จะแสดงออกมาอย่างชัดเจน ท่าว่ายน้ำทั้ง 4
ท่าในตอนประถมศึกษา
และให้เวลาพวกเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง
อีกทั้งมีทางเลือกในกีฬาต่าง ๆ
มาตอนนี้แหละจะเป็นดังตอนที่ถูกต้องและอาจเป็นดังนอนสุดท้ายก็เป็นได้ครับ สำหรับการเป็นนักว่ายน้ำ
เพียงเพราะว่าเราจะรักษาความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อการกีฬาไว้ในจิตใจของเด็ก ๆ
เพราะกีฬามีเพื่อประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นโทษและผลพวงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการฝึกซ้อมที่นักเกินไปขณะที่พวกเขายังเด็ก
จนไม่สามารถอยู่ในกีฬาว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน ทั้งทางกายมีความภูมิใจ สังคมการกีฬา และพัฒนาจิตใจต่อไปได้ดังเช่น เพื่อนโค้ชชาวใต้ของผมท่านหนึ่ง อาจารย์สุวรรณี ศรีสุข
(ผู้มีผลงานนักว่ายน้ำทีมชาติมาแล้ว)
กล่าวว่าเด็ก ๆ
ทางภาคใต้มีเวลาการเป็นนักกีฬาว่ายน้อยมากเพียงแค่เข้าเข้ามัธยมปลายก็พร้อมที่จะเลิกแล้ว
(1 กันยายน 2545)
จะลองยกตัวอย่างรูปแบบของประโยชน์ของการกีฬาโดยเฉพาะในเรื่องว่ายน้ำให้พอเห็นภาพว่าหากเราค่อย
ๆ
เป็นค่อยไปแล้วมันออกผลอย่างไร
และหากถ้าเป็นตามความเป็นจริงใน
ปัจจุบัน จะเกิดผลอย่างไร
|
ช่วงเวลา |
กิจกรรมว่ายน้ำที่ถูกต้องตามหลักการฝึกซ้อม |
การฝึกซ้อมหนักเกินไป
ก่อนวัยอันควร |
อนุบาล |
สนุกสนานกับการเล่นน้ำ |
สนุกกับการเล่นน้ำ |
ประถมต้น |
เรียนรู้ทักษะสนุกกับกลุ่มเพื่อน |
ตื่นเต้นช่วงแรก สนุก |
ประถมปลาย |
เพิ่มพูนทักษะ ท้าทายตัวเอง สนุกสนาน |
เริ่มหนักทางร่างกาย ซ้อมหนักเกินไป |
มัธยมต้น |
เรียนรู้เทคนิคแข่งขันกับเพื่อนสนุกสนานมีกิจกรรมรองรับ
, ความเป็นนักกีฬา |
จิตใจเริ่มเบื่อหน่าย เลิกราเพราะ
Burn Out |
มัธยมปลาย |
พัฒนาตนเองให้ดีเยี่ยม
, แบ่งเวลาแข่งขันกับตัวเอง , พัฒนากีฬาด้วยตัวเอง |
เลิกและอ้างว่าเรียนหนัก |
อุดมศึกษา |
มีสังคมที่ดียกย่องภูมิใจตนเองมีกลุ่มสัมพันธ์ที่ใช้เวลาเป็นประโยชน์ หรือ พัฒนาเข้าสู่นักกีฬาระดับสูง |
ไม่ทราบว่าจะรู้สึกอย่างไร ต่อการเป็นนักกีฬา |
ทำงาน |
มีรูปแบบจำลองจากการกีฬาการแข่งขันให้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างมี น้ำใจนักกีฬารู้จักแยกแยะบทบาทหน้าที่ |
|
ผมอาจจะสรุปสั้น
ๆ ว่ากีฬาเป็นสื่อการออกกำลังกายที่ชักจูงให้จิตใจของเรา สนใจ ใส่ใจ
เพื่อจะได้ให้ผลของการออกกำลังกายนั้น
และการว่ายน้ำเป็นเพียงการออกกำลังกายวิธีหนึ่งเท่านั้น
เพียงแต่กีฬาว่ายน้ำแตกต่างจากกีฬาอื่นคือใช้พลังของร่างกายกับทักษะการว่ายน้ำ
ฉะนั้นระยะทางที่ว่ายน้ำแต่ละวันต้องมีผลต่อความเจริญเติบโตของร่างกายเป็นแน่ การบริโภคที่มากเกินไปในทุก ๆ
อย่างย่อมไม่สามารถรับได้
และต้องเกิดผลข้างเคียงอย่างแน่นอนโดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นฉันใด เด็ก ๆ
ที่ไม่ได้รับการออกกำลังกายเลยย่อมขาดการสร้างเสริมการเจริญเติบโตด้วยเช่นกันฉันนั้น
โค้ชมือใหม่ 143
Nov4,2002