Learn to Swim 7

โดย โค้ชมือใหม่ 143

novicecoach@siamswim.com

                               

                                กติกาการแข่งขันว่ายน้ำ  เป็นสิ่งสากลและมีรูปแบบการเรียนรู้ที่น่าสนใจและน่า ติดตาม  แต่นานๆ จะมีการเพิ่มเติมและแก้ไขสักครั้ง เพราะด้วยเหตุของนักว่ายน้ำระดับสูงของโลก 

                                ตัวอย่างเช่น  กติกาว่ายน้ำข้อที่ว่า  การออกตัว(start) หลังจากการกระโดด หรือ กลับตัวไปแล้ว  ลำตัวทั้งหมดจะต้องอยู่ใต้น้ำได้ไม่เกิน 15 เมตร (กติกาใหม่ เริ่มใช้เมื่อ ปี 2000 ที่ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย)  แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่นักกีฬาเยาวชนรุ่นโตบ้านเราควรจะทำความเข้าใจ  และฝึกฝน ทักษะบางอย่างให้ได้ประโยชน์สูงสุด   และไม่ผิดกติกา

                                สำหรับเยาวชนที่เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าการแข่งขัน  หรือเด็กๆ อายุ 7 ขวบเท่าที่พบเห็น ในรายการแข่งขันมักจะมีความผิดพลาดเรื่องกติกาอยู่ 2-3 เรื่อง ที่ควรจะให้ความสำคัญขณะฝึกซ้อม จะได้ไม่เสียโอกาสในการแข่งขัน  นั่นคือ การกระทำผิดกติกา (disqualify, DQ) หรือที่เราเรียกกัน ติดปากว่า ฟาว์ล (foul)

                                DQ แรก  ก็น่าจะเป็นเรื่องการออกตัวก่อนเสียงปืน หรือไม่ควบคุมร่างกายให้  นิ่ง   ก่อน ออกตัว  หรือขณะที่กรรมการออกคำสั่งให้ “take your mark” แล้ว

                                กติการะบุไว้ว่าหลังจากสัญญาณนกหวีด  นักกีฬาทุกคนต้องก้าวขึ้นมายืนบนแท่น ออกตัว (Block start)  โดยเท้าจะอย่ที่ขอบแท่นออกตัว  หรือตำแหน่งใดก็ได้  และเมื่อได้ยินคำสั่ง  take your mark ซึ่งแปลว่าเข้าที่  ให้ก้มตัวลงและพร้อมในท่าออกตัว ตามความถนัดของตน  โดยไม่ สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้  จากนั้น ราว 1-2 วินาที  แล้วแต่ดุลยพินิจของกรรมการ ก็จะให้ สัญญาณเสียงปืน หรือ เสียงอิเล็คโทรนิค  ให้ออกตัวไปได้หลังสัญญาณเสียงนั้น  หากใครทำผิดจาก นี้  ถือว่าผิดกติกาการออกตัว ( DQ.)

                                ปัจจุบันมีการใช้กติกาการออกตัวเป็น 2 แบบ คือ  one start rule คือการปล่อยตัว เพียงครั้งเดียว  ไม่ว่านักกีฬาจะทำผิดหรือถูก  กรรมการจะปล่อยให้ว่ายแข่งขันไปก่อน และจะแจ้ง กับผู้ที่ทำผิดกติกาการออกตัวในภายหลัง  ก็ถือว่าต้องว่ายเหนื่อยฟรี  กติกานี้มักจะใช้ในนักกีฬารุ่น โต  และมีไว้ป้องกันพวกเก๋าๆ ที่ชอบลักไก่เก่าๆ ของกรรมการ  จะได้เข็ดขยาด เป็นนักกีฬาที่ดีได้ ต่อไป  ส่วนอีกแบบหนึ่งคือ  two fault start  แบบนี้เป็นแบบดั้งเดิม  คือสามารถทำผิดกติกาออกตัว ได้ 1 ครั้ง แล้วใครก็ตามทำผิดกติกาการออกตัวในครั้งที่ 2  ถึงแม้ครั้งแรกไม่ได้ทำก็ตาม ก็จะถือว่า ผิด และ ต้องออกจากการแข่งขัน

                                การออกตัวถ้าหากจะให้ได้ผลดี  และไม่ผิดกติกา  ลองฝึกฝนทักษะการฟังให้มาก อาจฝึกด้วยการหลับตาหลังจากคำสั่ง take your mark แล้วก็ได้  เพราะถ้าเราออกตัวจากการฟังที่ดี  จะไม่มีทางผิดกติกาได้เลย  อีกทั้งปัญหาก็อยู่ที่ความว่องไวของประสาทกล้ามเนื้อ (reaction time) ของเราว่าฝึกฝนมาดีหรือไม่  เพราะกรรมการที่มีประสบการณ์จะมีเทคนิคจับฟาว์ล ผู้ที่เจตนาทำ ฟาว์ลได้หลายวิธีด้วยกัน  ยากที่จะหลีกเลี่ยงไปได้  อย่างเช่น  ผู้ปล่อยตัวท่านหนึ่ง  อาจารย์ นิวัฒน์  ว่องไพศาล  (โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น) ท่านเป็นผู้ที่ชำนาญในการให้บทเรียนแก่นักว่ายน้ำ ที่ชอบลักไก่เป็นอย่างมาก 

                                DQ. ที่สอง  การผิดกติกาการกลับตัว (turning)  ของท่ากบและผีเสื้อ มักจะเกิดขึ้น กับเด็กที่พึ่งเข้าร่วมการแข่งขันใหม่ๆ   ทั้งนี้เนื่องมาจากความต้องการชัยชนะ  และขาดความรอบ คอบในการฝึกฝนทักษะ  หรืออาจจะมาจากสภาพจิตใจของตัวเด็กเองก็อาจเป็นได้

                                กติการะบุไว้ว่า  การกลับตัวและการเข้าเส้นชัยของท่ากบ และท่าผีเสื้อ  จะต้องใช้ มือทั้งสองแตะผนังสระก่อนให้พร้อมกันทั้งซ้ายขวา  โดยไม่จำเป็นว่าฝ่ามือจะอยู่ในระดับเดียวกัน หรือไม่ก็ได้   ซึ่งนั่นก็เป็นข้อดี  เพราะการกลับตัวในปัจจุบัน มือที่แตะขอบสระข้างไหนอยู่ต่ำกว่า ข้างนั้นคือข้างที่หันหรือหมุนตัวออกขณะกลับตัว  ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาได้มาก                                                  ถึงแม้การแข่งขันบางนัดไม่มีกรรมการที่ชี้ชัดก็ตาม  หากเราละเลยก็เป็นการปลูก ฝังทักษะผิดๆ แก่เด็ก  และเมื่อโตขึ้นเขาอาจเสียโอกาสยิ่งใหญ่กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี้

                                DQ.  ที่สาม   การผิดกติกาการกลับตัวท่ากรรเชียง   เป็นการผิดกติกาที่มีกรรม การตัดสินมากที่สุด  ใน DQ. ทั้งสามนี้

                                กติการะบุไว้ว่า  หลังจากการพลิกคว่ำตัวในท่านอนคว่ำแล้ว  นักกีฬาจะต้องม้วน ตัวตีลังกาอย่างต่อเนื่อง  แต่ส่วนใหญ่ความผิดพลาดจะเกิดขึ้นเป็นสองนัย  คือ เมื่อพลิกคว่ำตัวแล้ว ยังไม่ถึงขอบสระก็ใช้เท้าฟรีสไตล์ขณะนอนคว่ำ    อีกอย่างหนึ่ง คือ เมื่อพลิกคว่ำตัวแล้วใช้แขน ฟรีสไตล์มากกว่าความต่อเนื่องของการตีลังกา   ทั้งนี้เพื่อให้ลำตัวเข้าใกล้ขอบสระในตำแหน่งที่จะตี ลังกาได้  นั่นจึงทำให้กรรมการตัดสินให้ DQ.

                                การฝึกฝนการกลับตัวท่ากรรเชียง  จะต้องนับจำนวนแขนที่พอดีในความเร็วต่างๆ เมื่อสายตาสัมผัสธง 5 เมตรแล้ว  เราต้องทราบว่าต้องใช้อีกกี่แขนในความเร็วต่างๆ  ที่จะพลิกคว่ำ ตัวแล้วตีลังกาได้ทันที  โค้ชจะต้องคอยบอกและช่วยการค้นหาจังหวะนั้น  เมื่อได้แล้ว การทำซ้ำๆ ในความเร็วต่างๆ  ก็จะเกิดความชำนาญขึ้น

                                โค้ช  ท่านทราบดีว่า ทักษะต่างๆ ควรเน้นอย่างไร  เพราะนักกีฬาที่อยู่ในการแข่ง ขัน ก็คือภาพของท่านขณะฝึกสอน และเป็นตัวแทนความสามารถของท่านนั่นเอง  และสิ่งสำคัญ อย่างหนึ่งที่ท่านต้องทราบก็คือ  คำตัดสินของกรรมการผู้ตัดสินชี้ขาด  ถือเป็นข้อยุติของการแข่งขัน ว่ายน้ำ, FINA

 

โค้ชมือใหม่ 143

September 27, 2002