เมื่อคนไข้ว่ายน้ำ…มาทำฟัน

 

 

“หมอคะโทรศัพท์ค่ะ” สาวน้อยผู้ช่วยพูดพลางส่งโทรศัพท์ไร้สายมาแปะไว้ที่หูเรา

“ เฮ้อ!” เราถอนหายใจยาวเหยียด การรับโทรศัพท์กลายเป็นอุปสรรคในการทำฟันยุค 30 บาทที่คนไข้ไหลมาเทมาเสียจริงๆ นึกสวดผอ.ที่แสนอำนวยความสะดวกให้เราโดยซื้อโทรศัพท์ไร้สายให้ฝ่ายเพื่อลดการติดเชื้อที่เกิดจากการเม้าท์ ทำให้มีบริการ Telephone delivery มาถึงunit ทำฟัน ช่วงใกล้เปิดภาคที่ทำคนไข้ไม่ค่อยจะทันเราก็ได้มือก็ทำคนไข้ปากก็พูดโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง

“ หมอคะ นี่พี่ปุ้ยเองนะคะ ลูกพี่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ว่ายน้ำวันละ2-3ชั่วโมงในช่วงปิดภาคเรียนนี่ ปรากฎว่าแกเกิดเสียวฟันมากหลังว่ายน้ำและเท่าที่ทราบไม่ใช่เฉพาะลูกพี่คนเดียวเพื่อนๆของลูกในกลุ่มนักกีฬาก็เสียวฟันกันไปหมด ชนิดที่ว่าขึ้นจากสระต้องเอามือปิดปากกันลมเข้าเลยค่ะ” เสียงพี่ปุ๊ยขาซี้แจ้วๆผ่านโทรศัพท์มา โชคดีที่พี่เขาเป็นทันตาภิบาลที่ติดตามวิชาการและทราบว่ามีการเสียวฟันในกลุ่มเด็กนักกีฬาว่ายน้ำได้ ไม่งั้นหมอบ้านนอกอย่างเราคงงมโข่งอยู่นาน วิชาการอะไรทำนองนี้สมัยที่เราเรียนเขายังไม่ได้สอนซะด้วย ปีที่แล้วทราบข่าวว่ามีปัญหาที่พิษณุโลกก็ไม่ได้สนใจคิดว่ามันไกลตัว ทำไปทำมามันชักใกล้ตัวแฮะ

เอาละสิ…งานนี้เราก็ต้องลุกจากเก้าอี้ทำฟันและเริ่มสอบสวนโรคอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ได้ความว่าเด็กกลุ่มนี้ว่ายน้ำกันมานานแล้ว และที่ผ่านมาว่ายที่สระว่ายน้ำที่อื่นไม่มีปัญหาเสียวฟันแต่อย่างใด ช่วงปิดภาคเรียนแกย้ายมาว่ายน้ำในสระว่ายน้ำของโรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำอำเภอที่เป็นสระขนาดมาตรฐานและเกิดการเสียวฟันขึ้น ด้วยความสามารถระดับอำเภอของเราไม่พอก็เลยโทรศัพท์ไปปรึกษาพี่จันทนา นักวิชาการกองทันตสาธารณสุขว่ามันเกิดอะไรขึ้นและเราน่าจะเข้าไปแก้ไขอย่างไร ได้ข้อมูลมาเล่าสู่พี่น้องทันตบุคลากรของเราดังนี้(เผื่อที่อำเภอท่านจะมีนักกีฬาว่ายน้ำมาทำฟันบ้าง)

อันว่าสระว่ายน้ำที่น้ำเป็นสีฟ้าใสแจ๋วน่าว่ายทั้งหลายนั้น ต้องมีการดูแลเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค (คลอรีนที่ใช้ในประเทศเรามีหลายตัว ที่ใช้กันมากๆมี 3 ตัวคือ แคลเซี่ยมไฮโปคลอไรท์ โซเดียมไฮโปคลอไรด์ และไตรคลอโรไอโซไซยานูริก แอซิด ตัวสุดท้ายชื่อยาวๆนี้เรียกง่ายๆว่าคลอรีน 90% ปัจจุบันนิยมใช้กันมากเพราะละลายน้ำได้ดี ขนย้ายและเก็บรักษาง่าย แต่ก็เป็นตัวการทำให้เสียวฟันได้ เพราะเมื่อละลายน้ำจะทำให้ pH ลดลง) และทำให้เกิดความเป็นกรดพอที่จะไม่ทำให้มีตะไคร่ขึ้นสระ

ตามระเบียบที่ออกโดย กทม.และข้อแนะนำด้านสุขาภิบาล มีข้อกำหนดว่าสระว่ายน้ำจะต้องตรวจสอบสภาพคลอรีนวันละ 2 ครั้ง ค่ามาตรฐานของระดับ pH สระว่ายน้ำคือ 6.2-7.4 จากการที่ยิ่งเป็นกรดมากน้ำจะยิ่งใสน่าว่ายมาก (เพราะตะไคร่ไม่สามารถเติบโตได้) และถ้า pH ลดลงต่ำกว่า 5.5 ก็จะทำให้เกิด deminalalization ได้ และเครื่องตรวจสอบระดับคลอรีนในสระว่ายน้ำมักมีช่วงการตรวจสอบที่สูงคือ ที่ pH ประมาณ 6.8 ถ้าต่ำกว่านั้นก็ไม่สามารถบอกได้ จึงไม่มีสัญญาณเตือนภัยให้รู้ว่าอันตรายแล้ว เมื่อสภาพน้ำเป็นกรดต่ำกว่า pH เครื่องตรวจสอบที่มีจะตรวจสอบไม่ได้

งานนี้จะเกี่ยวข้องกับทันตแพทย์ตรงที่เมื่อpH ต่ำกว่า 5 และมีนักว่ายน้ำที่ว่ายประจำๆวันละ2-3 ชั่วโมงก็จะเกิดการ”เสียวฟัน”ได้ งานนี้ทางแก้ไขก็ไม่ยาก แก้ที่ต้นเหตุกับปลายเหตุเท่านั้น ที่ต้นเหตุคือการเข้าไปตรวจสอบสภาพน้ำและแนะนำให้ผู้ดูแลสระใช้เครื่องตรวจสอบค่า pH ที่มีช่วงการตรวจสอบที่กว้างขึ้น สามารถวัดได้ถึงประมาณ 2 ให้เติมสารที่ช่วยปรับสภาพน้ำทำให้เป็นด่างเล็กน้อยได้แก่ โซดาแอชทีละน้อยๆเพื่อปรับสภาพ pH ทีละน้อยนะถ้าเติมที่ละเยอะไปน้ำในสระจะกลายเป็นสีเขียวตะไคร่ขึ้นทันทีเจ้าของสระจะต้องขัดล้างสระ และเสียค่าน้ำยากำจัดตะไคร่ราคาแพงและเราจะกลายเป็นจำเลยทำน้ำของเขาเสียได้ (มีเกร็ดความรู้เพื่อโน้มน้าวให้เจ้าของสระยอมปรับค่า pH ให้เป็นด่างเพิ่มขึ้นว่า ถ้าสระว่ายน้ำมีความเป็นกรดสูง pH ต่ำ จะทำให้กระเบื้องที่บุสระว่ายน้ำหลุดร่อนออกมาได้ ต้องเสียค่าซ่อมสระอีกต่างหาก )

สำหรับการแก้ปลายเหตุคือเด็กกลุ่มที่เสียวฟัน เราก็จะแก้ปัญหาให้เขาโดยการทำ mouthguard ด้วย polyethelene tray ที่มีให้เลือกแบบหนาและแบบบาง แบบหนาได้แก่แบบ060 ที่ใช้ทำ sportguard ของนักกีฬาประเภทนักมวย นักยูโดต่างๆ ทีมีสารพัดสีให้เลือกได้(ส้ม เหลือ เขียว น้ำเงิน แดง ขาว)  และแบบบางได้แก่แบบ 035 ที่ใช้กับการฟอกสีฟันมีสีเดียวคือสีใส เราเพียงพิมพ์ปากและส่งแลปให้ การดูแล mouthguard ก็ดูแลง่าย เพียงแต่หากล่องใส่ให้เรียบร้อยกันนั่งทับ ไม่ต้องแช่น้ำ ทำความสะอาดโดยการแปรงด้วยแปรงสีฟัน

เราก็จัดการทำ mouthguard สารพัดสีให้กลุ่มนางเงือกและนายเงือกน้อยทั้งหลายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและถือโอกาสเอา cast ที่ใช้ทำ tray มาสอนสุขศึกษาและแจกเป็นของที่ระลึกแก่เด็กๆไปเลย

หมอแมงเม้าท์

หมายเหตุ ท่านทราบหรือไม่ว่าค่า pH ของน้ำอัดลมกระป๋องนี่ประมาณ 2.6 ของนมเปรี้ยวประมาณ 4 ดังนั้นหากเราแนะนำให้เด็กเลิกกินน้ำอัดลมไม่ได้เราก็แนะนำให้ใช้หลอดดูดก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ลดการสัมผัสโดยตรงได้ไปหน่อยนึง ส่วนเด็กที่ว่ายน้ำและฟันเป็นสีเขียวก็เนื่องจากมีตะไคร่ขึ้นฟัน (แสดงว่าค่าpH น้ำเป็นด่างมากตะไคร่ขึ้นได้) เราก็แค่polishing ตะไคร่ออกไปเท่านั้นง่าย…จริงๆ”