|
การป้องกันพิษภัยจากแสงแดด พญ.
พิมลพรรณ
กฤติยรังสรรค์
เมื่อมีอาการผิวแดงไหม้เกรียมและมีอาการแสบร้อนทุกครั้งที่ออกแดดพึงระลึกไว้เลยว่าท่านถูกพิษของแสงแดดเล่นงานเข้าแล้ว รังสี UV ที่ส่องผ่านมายังโลกของเราและเป็นอันตราต่อผิวมนุษย์สามารถแยกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ 1. รังสี
UV - A
เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว
ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำมากขึ้น
ผิวจะแดง
แต่น้อยกว่า
UV -B
เพราะรังสีจะผ่านทะลุเข้าไปทั้ง 2. รังสี
UV -B
เป็นรังสีช่วงคลื่นสั้นกว่า
จะผ่านทะลุชั้นหนังกำพร้า
และหนังแท้ชั้นบนเท่านั้น
ทำให้เกิด SUNBURN
ซึ่งมีอาการผิวบวมแดง สำหรับวิธีป้องกันสามารถทำได้โดยการหลีกเลื่ยงการตากแดดในช่วงเวลาที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตมากๆ
คือเวลาประมาณ
10.00-15.00 น. สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่งก็คือ
การทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพราะแม้จะอยู่ใต้ร่มไม้หรือชายคาบ้านก็ยังมีโอกาส ทั้งนี้การเลือกใช้หรือเลือกซื้อครีมกันแดดก็ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับผิวและมีประสิทธิภาพในการป้องกัน 1.
Chemical sunscreen
คือสารกันแดดที่สามารถดูดซึมรังสี
UV
โดยแบ่งเป็นสารที่ดูดซึมเฉพาะ
UV -B ได้แก่ PABA และ
cinnamate 2.
Physical sunscreen
คือสารกันแดดที่สามารถสะท้อนและกระจายทั้ง
UV - A และ UV - B
ได้แก่ tetanium dioxide, zinc oxide นอกจากความสำคัญของสารประกอบที่มีอยู่ในครีมกันแดดแล้ว
ความสามารถในการดูดซึมและกันน้ำก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้อง SPF
หรือ sun protection factor
คือ
ความสามารถของครีมกันแดดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการแดงไหม้หลังจากตากแดด สำหรับผิวชาวเอเชียหรือคนไทย
ครีมกันแดดที่เลือกใช้ควรมีค่า
SPF=15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับที่จะใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งถูกแดดไม่มาก คงไม่มีใครสามารถหลบแสงแดดได้ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงควรอย่างยิ่งที่จะหาเกราะป้องกันให้ผิวหนังเสียตั้งแต่วันนี้
|