อาหารก่อนการแข่งขันควรเป็นอย่างไร
สิ่งที่บางคนต้องการสำหรับการเตรียมตัวแข่งขันและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ
อาหารก่อนการแข่งขัน
อาหารมื้อก่อนการแข่งขันกีฬาที่ใช้พลังงานอย่างมากจนถึงปานกลาง
นักกีฬาควรกินอาหารก่อนการแข่งขัน
อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
เพื่อให้อาหารได้เคลื่อนไปที่กระเพาะและนำสู่กระบวนการต่าง
ๆ ของร่างกาย แต่หากมี
ความกังวล ความเครียด กลัว
หรือโกรธ
ก็อาจทำให้กระเพาะทำงานช้ากว่ากำหนดได้
ซึ่งทำให้อาหารตกค้าง
อยู่ในกระเพาะและลำไส้
ดังนั้นขอให้ยึดหลักง่าย ๆ ว่า
อาหารก่อนการแข่งขันควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและเป็นประเภทแป้ง
เช่น ขนมปัง โจ๊ก ข้าวต้ม
ไม่ควรเป็นอาหารที่ย่อยยาก เช่น
อาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันสูง
อย่างไรก็ดีก็ต้อง
คุ้นเคยกับอาหารก่อนแข่งด้วย
และที่สำคัญต้องดื่มน้ำเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
ส่วนกีฬาที่ใช้เวลาในการแข่งขันสั้นไม่จำเป็นต้องกินอาหารก่อนแข่ง
เนื่องจากพลังงานที่ใช้ในกีฬา
ประเภทนี้ใช้น้อย
จึงสามารถใช้พลังงานที่สะสมอยู่แล้วในกล้ามเนื้อ
สำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้เวลาในการแข่งขัน
มากควรกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรทมาก
เพื่อสะสมไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อให้มาก
ไม่ควรดื่มกาแฟและ
แอลกอฮอล์ก่อนการแข่งขัน
เพราะอาจทำให้ปัสสาวะมาก
และการทำงานของกล้ามเนื้อไม่สัมพันธ์กัน
อาหารระหว่างการแข่งขันควรเป็นอย่างไร
ปกตินักกีฬาจะไม่รับประทานอาหารในระหว่างแข่งขันเพราะจะมีปัญหาเรื่องการย่อยยกเว้นในกีฬา
บางประเภท เช่น
การแข่งจักรยานประเภทถนนที่แข่งกันครั้งละหลาย
ๆ ชั่วโมง
อาหารส่วนใหญ่ที่นักกีฬา
จะกินได้จึงเป็นรูปของเครื่องดื่มที่มีกลูโคสหรือสารคาร์โบไฮเดรทตัวอื่น
ๆ
สำหรับเครื่องดื่มเหล่านี้ควรระวัง
ไม่ให้มีปริมาณน้ำตาลมากเกินไป
เพราะจะมีปัญหาเรื่องการดูดซึมและเกิดอาการท้องอืด
แน่น จุก เสียด หรือ
คลื่นไส้อาเจียน
ความเข้มข้นของน้ำตาลไม่ควรเกิน
25 % ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก
ถ้าคิดในแง่ของการเสริม
พลังงานผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าแทน
โดยเฉพาะในการแข่งขันที่ไม่นานเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
การสูญเสียพลังงงานและเกลือแร่ยังไม่มากนัก
ดื่มน้ำเปล่าชดเชยก็เพียงพอ
แต่การแข่งขันที่ยาวนานกว่านั้น
การดื่มเกลือแร่อาจเข้ามามีบทบาท
ทั้งน้ำเปล่าและเกลือแร่ควรแช่เย็นก่อนรับประทานจะช่วยให้ร่างกายดูด
ซึมได้ดีขึ้น เร็วขึ้น
อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนระอุในร่างกายอันเกิดจากการออกกำลังกาย
อาหารหลังการแข่งขันควรเป็นอย่างไร
การกินอาหารหลังการแข่งขันไม่มีข้อจำกัด
เพียงแต่พยายามกินชดเชยพลังงานที่ใช้ไปตลอดจนน้ำ
และเกลือแร่ที่สูญเสียไปในระหว่างการแข่งขัน
ตัวอย่างเช่น
การแข่งขันที่ใช้เวลานาน เช่น
วิ่งมาราธอน
จักรยานทางไกล
ก็ต้องกินอาหารที่มีคาร์บอไฮเดรทสูงและมีปริมาณเกลือแร่เพียงพอ
โดยเฉพาะโปตัสเซียม
ซึ่งมีมากในผลไม้ประเภทส้ม
กล้วย และในเมล็ดถั่ว
การกินอาหารชดเชยไม่ใช่กินเพียงมื้อเดี่ยวจะได้
แต่จะ
ต้องใช้เวลา 2 - 3 วัน
กว่าจะมีการสร้างและสะสมไกลโคเจนในกล้ามเนื้อกลับคืนสู่สภาพเดิม
|
|